 |
Q : |
จริงไหมที่สเตนเลสที่ดีแม่เหล็กดูดไม่ติด? |
| |
A : |
ไม่จริง สเตนเลสมีหลายชนิด คุณสมบัติแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับปริมาณของโครเมียม และนิกเกิลที่ผสมอยู่ในเนื้อสเตนเลส |
| |
|
|
| |
Q : |
ทำไมสเตนเลสต้องมีหลายเกรด? |
| |
A : |
เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน เช่น สเตนเลสที่มีความแข็งต่ำก็สามารถนำไปขึ้นรูปได้ สเตนเลสที่มีความแข็งมาก ก็นำไปทำมีด สเตนเลสทุกชนิดทนการกัดกร่อน แต่ก็มีบางชนิดที่มีความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนได้ดีพิเศษ |
| |
|
|
| |
Q : |
สเตนเลสไม่มีโอกาสที่จะเป็นสนิมได้เลย? |
| |
A : |
ในสภาพการใช้งานที่ขาดการทำความสะอาด หรือมีปัญหาการผลิตในระหว่างการแปรรูป และการเชื่อม อาจจะทำให้สเตนเลส มีสนิมเกิดขึ้นได้ แต่สามารถปรับสภาพกลับมาได้ |
| |
|
|
| |
Q : |
การใช้สก๊อตไบรท์ขจัดคราบอาหารบนภาชนะ จะทำให้ความหนาลดลงหรือไม่? |
| |
A : |
ความหนาไม่ลดลง เพียงแต่จะทำให้ผิวของภาชนะเป็นรอยขีดข่วน |
| |
|
|
| |
Q : |
อาหารชนิดใดที่ทำปฏิกิริยากับสเตนเลสบ้าง? |
| |
A : |
อาหารโดยทั่วไปไม่ทำปฏิกิริยากับสเตนเลส เว้นแต่ว่าอาหารมีรสเค็ม เช่น น้ำปลา หรือน้ำส้มสายชูชนิดความเข้มข้นสูง ซึ่งทำให้ความต้านทานการกัดกร่อนของสเตนเลสลดลง |
| |
|
|
| |
Q : |
ถังบรรจุที่ทำจากสเตนเลสเหมาะสมสำหรับการบรรจุ น้ำผลไม้ หรือไวน์หรือไม่? |
| |
A : |
ความเข้มข้นของกรด Tartaric, Acetic, Tannic, Lactic และ Citric ในน้ำผลไม้ หรือ ไวน์ ไม่ทำให้สเตนเลสเกรด 304 หรือ 316 ผุกร่อน แต่อย่างไรก็ตาม เกรด 304 จะสามารถต้านทานการผุกร่อนได้ก็ต่อเมื่อจุ่มจนท่วมทั้งหมดในสารละลายที่มี So2 น้อยกว่า 700 ppm ซึ่ง So2 ในของเหลวจะอยู่ในสถานะที่เป็นไอ |
| |
|
|
| |
Q : |
อะไรคือความแตกต่างระหว่างเกรด D กับ เกรด 200? |
| |
A : |
เกรด D มีความต้านทานการกัดกร่อนสูงกว่า |
| |
|
|
| |
Q : |
ผิวของสเตนเลสเกรด D กับเกรด 304 จึงมีความแตกต่างกัน? |
| |
A : |
เนื่องจากส่วนประกอบทางเคมีของสเตนเลสทั้ง 2 เกรด แตกต่างกัน |
| |
|
|
| |
Q : |
สภาพแวดล้อมแบบใดที่เหมาะกับการใช้งานสเตนเลสเกรด D? |
| |
A : |
ทุกสภาพแวดล้อม ยกเว้นในอุณหภูมิสูง |
| |
|
|
| |
Q : |
การเชื่อมท่อสเตนเลสเกรด 2xx กับเกรด 304 ควรใช้ลวดเชื่อมอะไร? |
| |
A : |
ใช้ลวดเชื่อมเกรด 308 หรือ 309 |
| |
|
|
| |
Q : |
การเชื่อมท่อสเตนเลสเกรด 316 ใช้ลวดเชื่อม 304 ได้หรือไม่? |
| |
A : |
ส่วนใหญ่ลวดเชื่อมที่ใช้เชื่อมสเตนเลสเกรด 304 จะใช้ลวดเชื่อมเกรด 308 ถ้าเชื่อมสเตนเลสเกรด 316 ใช้ลวดเชื่อมเกรด 316 หรือ 316L แต่ถ้าใช้ลวดเชื่อมที่ใช้เชื่อมสเตนเลสเกรด 304 มาใช้กับสเตนเลสเกรด 316 คุณสมบัติของแนวเชื่อม จะลดลง เนื่องจากสเตนเลสเกรด |
| |
|
|
| |
Q : |
ใช้โพลีคาร์บอนเนตกับโครงสเตนเลสร่วมกัน จำเป็นต้องใช้สกรูสเตนเลสหรือไม่? |
| |
A : |
ถ้าจะให้ใช้ดี คงทน ต้องใช้สกรูที่ทำจากสเตนเลสเหมือนกัน เพราะวัสดุต่างชนิดกัน จะเกิดการถ่ายเทศักย์ไฟฟ้าทำให้เกิด การผุกร่อนเร็วขึ้น |
| |
|
|
| |
Q : |
หินเจียร์ที่ใช้ในทุกวันนี้มีกี่ชนิด และหินเจียร์แต่ละชนิดมีไว้ใช้ให้เหมาะสมกับงานประเภทใด? |
| |
A : |
หินเจียร์ในท้องตลาดทุกวันนี้มีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่
- หินเจียร์สำหรับงานสเตนเลส
- หินเจียร์สำหรับงานโลหะทั่วไป
|
| |
|
|
| |
Q : |
หินเจียร์ทั้ง 2 ประเภท สามารถใช้สลับชนิดกันได้หรือไม่? |
| |
A : |
ได้ แต่การเอาหินเจียร์ที่ใช้สำหรับงานโลหะทั่วไป ไปใช้กับงานสเตนเลสจะมีผลเสียดังนี้
- ใบเจียร์ทั่วไปในท้องตลาดจะทำปฏิกิริยากับเนื้อสเตนเลส และทำให้เกิดสนิมหลังจากการขัดเจียแล้ว สำหรับลูกค้าที่รับงานประมูลจะต้องระวังให้มากในส่วนนี้ เพราะถ้างานเกิดสนิมขึ้นหลังจากส่งงาน อาจทำให้โดนฟ้องได้
- สเตนเลสมีความแข็งสูงกว่าโลหะทั่วไปค่อนข้างมาก ดังนั้นการนำหินเจียร์สำหรับโลหะทั่วไปมาใช้กับสเตนเลส จึงต้องใช้แรงในขณะเจียร์มากกกว่าปกติ ทำให้สิ้นเปลืองมากกว่า อีกทั้งอาจทำให้เกิดการแตกหัก กระเด็นเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานได้
|
| |
|
|
| |
Q : |
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหินเจียร์ ที่เราใช้งานในชีวิตประจำวันเหมาะสมแล้วหรือไม่? |
| |
A : |
เบื้องต้นต้องดูจากชนิดของสี ซึ่งโดยปกติสีแดง และสีเขียว มีไว้ใช้สำหรับงานสเตนเลส ส่วนสีดำมีไว้ใช้สำหรับงานโลหะทั่วไป แต่ทว่าใบเจียร์ในท้องตลาดทั่วไปก็สามารถผสมสีต่างๆ ที่ต้องการได้ ดังนั้นหลักเกณฑ์การดูจากสีสามารถใช้ดูได้จากสินค้าที่ผลิตจากค่ายผู้ผลิตที่มีคุณภาพไว้วางใจได้เท่านั้น |
| |
|
|
| |
Q : |
ช่างต้องเตรียมอะไรก่อนรับงานลูกค้า? |
| |
A : |
ก่อนรับงานช่างควรจะรู้อะไรบ้าง เพราะเมื่อรับงานและตีราคาให้ลูกค้าไปแล้ว คงเป็นการยาก ถ้าจะมีการขอราคาเพิ่ม ในกรณีที่เกิดการผิดพลาดของการตีราคา แล้วยังจะทำให้เกิดความไม่มั่นใจของลูกค้าที่มีต่อช่างหรือร้านที่ทำ ผลสุดท้าย ตัวช่างเองที่จะเกิดอาการตามประสาชาวบ้านว่ารับงานแล้วบาดเจ็บ (ทำงานไม่คุ้มค่าเหนื่อย) เพราะไม่รอบคอบ เพื่อความ เข้าใจง่ายๆ และเป็นสิ่งที่ช่างควรรู้ก่อนรับงาน ดังนี้
- ความต้องการของลูกค้า
- ความสามารถของตัวช่างเอง
- ข้อมูลราคาวัตถุดิบ ณ เวลานั้นๆ
- ราคาและจำนวนวัสดุตกแต่งที่จะนำมาใช้
- ระยะเวลาที่ต้องทำงาน
- การตีราคาเผื่อส่วนที่คาดไม่ถึง
|
| |
|
|
| |
Q : |
ทำอย่างไรให้งานขัดสเตนเลสได้มาตรฐานสากล? |
| |
A : |
สำหรับสถานประกอบการตั้งแต่ระดับกลาง จนถึงระดับต้นๆ จึงยังไม่เป็นที่น่าสนใจจากสากลทั่วไปเท่าที่ควร เราต้องแก้ปัญหา ตั้งแต่ต้นเหตุ โดยตั้งคำถามไว้ในใจว่าทำไมผิวงานสำเร็จที่เราคิดว่าดีแล้วนั้น เป็นที่ประทับใจของลูกค้าที่สุดแล้วหรือไม่ ถ้าสามารถหาคำตอบและแก้ปัญหาได้นั้น ก็จะทำให้ผลิตภัณฑ์จากฝีมือของเราเป็นที่ต้องการของลูกค้าเสมอ โดยควรแก้ ตั้งแต่วิธีการคิด และทำ ดังนี้
- การจัดการด้านสถานที่ทำงานไม่คล่องตัว เช่น บริเวณที่มีการประกอบการตัดต่อ และการเชื่อม รวมถึงสถานที่ขัดด้วย ถ้าให้แนะนำวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นควรเริ่มจากหลัก 5 ส ก่อน คือ สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย จะหยิบใช้อะไรก็ง่าย ประหยัดเวลาในการค้นหา
- ชิ้นงานถูกออกแบบมามีส่วนโค้งเว้าและซอกมุมยากต่อการเข้าถึง เช่น งานสเตนเลสดีไซด์ ไม่ว่าเราจะเป็นช่างขัดที่ชำนาญหรือไม่ก็ตาม ต้องมีวิธีในการขัดเพื่อให้ได้งานตรงใจลูกค้า จึงควรหาอุปกรณ์ในการช่วยให้งานง่ายขึ้น และไม่เหนื่อยเมื่อยล้าก่อนจะขัดเสร็จ
- การปรับสภาพผิวงานสำเร็จไม่โดยใจลูกค้า เราจึงควรเก็บงานปรับผิวสำเร็จทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้ได้มาตรฐานตามต้องการก่อนส่งถึงมือลูกค้า
|
| |
|
|
| |
Q : |
อะไรคือ ดี สเตนเลส? (D Stainless) |
| |
A : |
ดี สเตนเลส ถูกพัฒนาการครั้งแรกในปี 1981 สามารถผลิตและจำหน่ายสู่ท้องตลาดเมื่อปี 1986 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน เพื่อผลิต เป็น “ปะเก็นฝาสูบ” ซึ่งเป็นส่วนประกอบให้กับเครื่องยนต์ทั่วไป มีคุณสมบัติคือ
- แม่เหล็กดูดไม่ติด
- ทนต่อการกัดกร่อน
- ทนความร้อน
- คุณสมบัติเชิงกลแข็งแรงกว่าเกรด 304
- คุณสมบัติทั่วไปเหมาะสมกับการปั๊ม หรือเจาะชิ้นงานได้ดี
|